121. G8Analog
Signal สัญญาณแบบแอนะล็อก
(Analog Signal) จะเป็นสัญญาณแบบต่อเนื่องที่ทุกๆ ค่า
ที่เปลี่ยนแปลงไปของระดับสัญญาณจะมีความหมาย
การส่งสัญญาณแบบนี้จะถูกรบกวนให้มีการแปลความหมายผิดพลาดได้ง่าย
เนื่องจากค่าทุกค่าถูกนำมาใช้งาน
ซึ่งสัญญาณแบบแอนะล็อกนี้จะเป็นสัญญาณที่สื่อกลางในการสื่อสารส่วนมากใช้อยู่เช่น สัญญาณเสียงในสายโทรศัพท์
เป็นต้น
122. Digital
Signal สัญญาณแบบดิจิตอล
(Digital Signal) จะประกอบขึ้นจากระดับสัญญาณเพียง 2 ค่าคือ สัญญาณระดับสูงสุด และสัญญาณระดับต่ำสุด ดังนั้นจะมีประสิทธิภาพ
และความน่าเชื่อถือสูงกว่าแบบอนาลอกเนื่องจากมีการใช้งานค่าสองค่า
เพื่อนำมาตีความหมายเป็น on/off หรือ0/1 เท่านั้น
ซึ่งเป็นสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน
123. Modulation การมอดูเลต (Modulation) เป็นการผสมสัญญาณของข้อมูลเข้าไปกับสัญญาณอีกสัญญาณหนึ่งเรียกว่า
คลื่นพาห์ (carrier)
ซึ่งสัญญาณนี้มีความถี่ที่เหมาะกับช่องสัญญาณนั้นๆ
เพื่อให้ข้อมูลที่ส่งเข้าไปในช่องสัญญาณเดินทางได้ไกลมากขึ้น
การเลือกวิธีมอดูเลตขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของสัญญาณ แบนด์วิดท์
ประสิทธิภาพของระบบที่ต้องการ และความต้านทานต่อสัญญาณรบกวน เป็นต้น
124. Amplitude
Modulation หรือ AM การมอดูเลตแอมพลิจูด (Amplitude
Modulation หรือ AM)
วิธีนี้แอมพลิจูดของคลื่นพาห์จะเปลี่ยนแปลงตามสัญญาณของข้อมูลที่เข้ามา
การมอดูเลตแบบ AM เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการมอดูเลต
แต่คุณภาพของสัญญาณไม่ดี มีความต้านทานสัญญาณรบกวนต่ำ
เหมาะกับข้อมูลที่ไม่ต้องการคุณภาพมากนัก เช่น สัญญาณเสียง เป็นต้น
125. Frequency
Modulation หรือ FM การมอดูเลตความถี่ (Frequency
Modulation หรือ FM )
วิธีการนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงความถี่ของคลื่นพาห์ตามสัญญาณของข้อมูลที่เข้ามา
การมอดูเลตแบบความถี่ ให้คุณภาพที่ดีกว่าการมอดูเลตแบบแอมพลิจูด
แต่ระบบจะซับซ้อนกว่า
126. Phase
Modulation หรือ PM การมอดูเลตเฟส (Phase
Modulation หรือ PM)
เป็นการมอดูเลตที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงเฟสของคลื่นพาห์ตามสัญญาณข้อมูลที่เข้ามา
ทั้งคุณภาพของสัญญาณและความซับซ้อนไม่ค่อยแตกต่างจากการมอดูเลตแบบความถี่เท่าใดนัก
ข้อแตกต่างระหว่างการมอดูเลตแบบความถี่ กับการมอดูเลตแบบเฟส
คือการมอดูเลตแบบเฟสใช้คลื่นพาห์เพียงความถี่เดียว
การมอดูเลตและดีมอดูเลตสามารถทำได้ประหยัดกว่า
แต่ไม่ได้หมายความว่าซับซ้อนน้อยกว่า
127. Digital
Modulation การมอดูเลตสัญญาณดิจิตอล
(Digital Modulation)
เข้ากับคลื่นพาห์ที่เป็นสัญญาณไซน์นั้นมีอยู่หลาย รูปแบบ
ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้สัญญาณดิจิตอลเหล่านั้นสามารถส่งผ่านตัวกลางที่ออกแบบมาสำหรับสัญญาณแบบ
แอนะล็อกได้ เช่น โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน ไมโครเวฟ เป็นต้น
128. Parallel
Transimission การส่งผ่านข้อมูลแบบขนาน รูปแบบการส่งผ่านข้อมูลในลักษณะทุกบิตที่แทนข้อมูลหนึ่งตัวอักษร
จะถูกส่งผ่านไปตามสายส่ง หลายๆ สายขนานกันไป
ดังนั้นทุกบิตจะเดินทางถึงผู้รับพร้อมๆ กัน
และจำนวนสายส่งเพื่อให้เกิดช่องทางการส่งจะต้องมีจำนวนเท่ากับจำนวนบิตที่เข้ารหัสแทนตัวอักษรในแต่ละระบบ
เช่นการส่งผ่านข้อมูลที่เข้ารหัสแบบ ASCII ก็จำเป็นต้องใช้ช่องทางการส่ง 8 ช่องทาง จึงจะทำให้ทุกบิตวิ่งผ่านสายส่งขนานกันไป
129. Serial
Transimission การส่งผ่านข้อมูลแบบอนุกรมรูปแบบการส่งผ่านข้อมูลในลักษณะนี้ทุกบิตที่เข้ารหัสแทนข้อมูลหนึ่งตัวอักษรจะถูกส่งผ่านไปตามสายส่งเรียงลำดับกันไปทีละบิตในสายส่งเพียงเส้นเดียว
เรียงเป็นลำดับ ข้อมูลจะถูกส่งออกมาทีละบิตระหว่างต้นทาง และปลายทาง
และปลายทางจะรวบรวมบิตเหล่านี้ทีละบิตจนครบ 8 บิต
เป็น 1ตัวอักษร
จะเห็นว่าการส่งข้อมูลแบบนี้จะช้ากว่าแบบขนาน แต่ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าแบบขนาน
ซึ่งเหมาะสำหรับการส่งระยะทางไกล
130. Asynchronous
Transmission การสื่อสารแบบอะซิงโคนัส
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น การสื่อสารแบบระบุจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด (Start-Stop Transmission)
ลักษณะของสัญญาณที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันจะประกอบไปด้วย บิตเริ่มต้น (start
bit) บิตของข้อมูลที่สื่อสาร (transmission data) จำนวน 8 บิต บิตตรวจข้อผิดพลาด(parity
bit) และบิตสิ้นสุด (stop bit)
สำหรับบิตตรวจสอบข้อผิดพลาดจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น